เอกนิติ ล็อกเงินกู้ 2 แสนล้านหลัง เปลี่ยนผ่านพลังงาน กั๊ก ไทยช่วยไทยพลัส รอดูความเหมาะสม
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 10:25อ่าน 3 นาที

เอกนิติ ยัน เงินกู้ 2 แสนล้านหลัง ล็อกใช้ ‘เปลี่ยนผ่านพลังงาน’ จ่อทุ่ม 5-6 หมื่นล้าน ทำโซลาร์รูฟท็อป กั๊กต่อ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2 ชี้ ต้องรอดูความเหมาะสม
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เผย ผบห.แกร็บเข้าพบ โชว์ช่วยร้านค้ายอดขายเพิ่ม 86% เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการใช้เงินใน
พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนที่เหลือ จะมีการจัดลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณอย่างไร เนื่องจากขณะนี้มีการขอโครงการเข้ามาจำนวนมากทั้งโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส
รายละเอียดเพิ่มเติม
และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ว่า ที่แน่ๆ 200,000 ล้านบาทที่เหลือ ต้องนำมาใช้ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนงบประมาณในส่วน 200,000 ล้านบาทแรก
ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่า ขอประเมินสถานการณ์ก่อน เพราะมีงบประมาณที่จำกัด จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง และตรงเป้ามากที่สุด
ก่อนย้ำว่าส่วนตัวมองว่าสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เมื่อถามถึงกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เล็งของบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อใช้ในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสประมาณ
สถานการณ์ล่าสุด
1,750 -2,000 ล้านบาท นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ใช้งบประมาณเยอะ ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปว่า จะต้องใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ เพื่อเยียวยาร้านค้าต่างๆ พร้อมยอมรับว่า
แม้จะมีจำนวนเงินพอเหลือแต่ก็ต้องใช้ให้ถูกกับวัตถุประสงค์ แต่จะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย เหมือนกับไทยช่วยไทยพลัส เมื่อถามถึงกรณีที่อาจจะมีเสียงวิจารณ์ว่า
โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส อาจจะไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เงินกู้คือจำเป็นเร่งด่วน หากสถานการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น นายเอกนิติ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอประเมินสถานการณ์ก่อน เมื่อถามว่า
มุมมองและผลกระทบ
หากต้องต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในเฟส 2 จะใช้เงินในส่วนของ 200,000 ล้านบาทหลังในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มาใช้แทนในโครงการนี้ได้หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ในทางกฎหมายใช้ได้
แต่ในทางปฏิบัติอยากจะเก็บไว้ใช้ในเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน จะพร้อมยอมรับว่า เงินจำนวน 50,000 -60,000 ล้านบาท จะใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โครงการโซลาร์รูฟท็อป
เพื่อช่วยประชาชนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานโซล่า โดยจะมีสถาบันทางการเงินอย่างธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เข้ามาช่วยในเรื่องสินเชื่อ นายเอกนิติ ยังกล่าวอีกว่า
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะเราใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก ซึ่งในส่วนของก๊าซธรรมชาติคือการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการขายไฟคืน เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็น สมาร์ทมิเตอร์
และเรื่องระบบสายส่ง เพราะเราต้องคิดทั้งระบบ เราไม่เช่นนั้นอาจเหมือนในต่างประเทศ ที่ทำเรื่องพลังงานสะอาด แต่เมื่อไฟตกก็จะดับทั้งเมือง นอกจากนี้ ยังจะมีการเปลี่ยนผ่านด้านคมนาคม
โดยรัฐบาลอยากทำเรื่องรถขนส่งสาธารณะ ให้เป็นรถ EV ใน 7 กลุ่ม เพราะรถเหล่านี้มีอายุการใช้งานมายาวนาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการลงร…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



