ญาติหิ้วส่งตร. เอง ‘3 วัยรุ่น’ ลั่นไกดับอริ ย้ำไม่ปกป้อง “ทำผิดก็ต้องรับผลการกระทำ”
อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 21:05อ่าน 3 นาที

ญาติพาเยาวชนเข้ามอบตัว หลังยิงอริดับ 1 ลั่นไม่ปกป้อง “เมื่อทำผิด ก็ต้องรับผลของการกระทำ” จากกรณีเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 28 กรกฎาคม
ประเด็นสำคัญ
เกิดเหตุวัยรุ่นใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันบริเวณเชิงสะพานข้ามคลองพระยาบันลือ หมู่ 1 ตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ นายดรีม อายุ 18 ปี ถูกยิงเสียชีวิต และ
นายบรีส อายุ 15 ปี ได้รับบาดเจ็บ โดยก่อนเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายมีปัญหาขัดแย้งและท้าทายกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนนัดออกมาเคลียร์ปัญหา แต่กลับเกิดเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันอย่างรุนแรง
รายละเอียดเพิ่มเติม
ความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.ลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คนในชุมชนได้นำตัว นายไข่เค็ม อายุ 17 ปี, นายโก้เล็ก อายุ 16 ปี และ นายณัฐ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมก่อเหตุ
เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ขณะที่ยังเหลือ นายโก้ใหญ่ อีก 1 ราย ซึ่งยังไม่เข้ามอบตัวและอยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ระหว่างที่กำลังพาเข้ามอบตัวเกิดความวุ่นวายแม่มีเพื่อนของกลุ่มผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เข้า เข้ามาดูผู้ต้องหาทำให้เกิดความวุ่นวายเจ้าหน้าที่ป้องกันให้ออกห่าง ญาติของผู้ต้องหา
สถานการณ์ล่าสุด
เปิดเผยว่า หลังทราบว่าเด็กในชุมชนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุยิงกลุ่มวัยรุ่นจนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ได้พยายามติดต่อทั้งคืนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งช่วงเช้าจึงสามารถติดต่อ
นายไข่เค็ม และ นายโก้เล็ก ได้ ก่อนเดินทางไปรับตัวที่ย่านคลองเตย กรุงเทพมหานคร พร้อมรับตัว นายณัฐ อีก 1 คน แล้วพาทั้งหมดเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบสวนเบื้องต้น
เยาวชนทั้ง 3 ให้การรับสารภาพว่า มีส่วนร่วมในเหตุการณ์จริง โดยอ้างว่าทั้งสองกลุ่มมีปัญหาขัดแย้งและทะเลาะวิวาทกันมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน
มุมมองและผลกระทบ
ก่อนเกิดเหตุได้มีการท้าทายกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และนัดหมายออกมาพบกัน นายไข่เค็ม ให้การว่า คืนเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วยนายโก้เล็ก นายณัฐ และนายโก้ใหญ่ ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านจำนวน 2
คัน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุได้พบกลุ่มผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยอ้างว่าฝ่ายตนถูกอีกฝ่ายขว้างระเบิดและใช้อาวุธปืนยิงใส่ก่อน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
ตนจึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กลับไป โดยไม่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี ภายหลังเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหายังได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
โดยอ้างว่าตนเองก็ถูกอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธปืนยิงใส่เช่นเดียวกัน จากการสอบสวนพบว่า วัยรุ่นทั้งสองกลุ่มมีปัญหาขัดแย้งกันมาเป็นเวลานาน
แม้ผู้ใหญ่ในชุมชนจะเคยเข้าไปไกล่เกลี่ยหลายครั้ง แต่ไม่สามารถยุติความบาดหมางได้ กระทั่งเหตุการณ์บานปลายเป็นการใช้อาวุธปืนก่อเหตุ จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ด้าน
ครอบครัวของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ยอมรับในการกระทำของเยาวชน และจะไม่ปกป้องหรือเข้าข้าง หากกระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย พร้อมกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตไม่สามารถออกมาพูดหรือชี้แจ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



