ข้ามไปยังเนื้อหา

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงปืน 14 กระบอกพัวพัน 37 คดี

อัปเดตเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 19:48อ่าน 3 นาที

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงปืน 14 กระบอกพัวพัน 37 คดี
แชร์ข่าวนี้

วันนี้ (28 กรกฎาคม) พ.อ. เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10

อ่านข่าวในหมวด สังคม เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper

ประเด็นสำคัญ

ได้ตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนและตรวจพบความเชื่อมโยงกับอาวุธปืนจำนวน 14 กระบอก โดยในจำนวนนี้ 10 กระบอกเคยถูกใช้ก่อเหตุในคดีความมั่นคงมาแล้ว 36 คดี และเมื่อนับรวมคดีล่าสุด

ทำให้มีความเชื่อมโยงรวมทั้งสิ้น 37 คดี ส่วนอาวุธปืนอีก 4 กระบอกยังไม่พบประวัติในสารบบ อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบที่มาและผู้เกี่ยวข้อง คดีที่ตรวจพบความเชื่อมโยงทั้ง 37

รายละเอียดเพิ่มเติม

คดี เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส 36 คดี ได้แก่ อำเภอจะแนะ 18 คดี อำเภอระแงะ 5 คดี อำเภอเจาะไอร้อง 5 คดี อำเภอสุคิริน 3 คดี อำเภอศรีสาคร 2 คดี อำเภอรือเสาะ อำเภอตากใบ

และอำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอละ 1 คดี ส่วนอีก 1 คดีเกิดขึ้นในอำเภอรามัน จังหวัดยะลา คดีสำคัญที่พบความเชื่อมโยงของอาวุธปืน ได้แก่

เหตุยิงปลัดอาวุโสอำเภอจะแนะและประชาชนหญิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เหตุลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารในอำเภอศรีสาคร เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566

สถานการณ์ล่าสุด

จนเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 1 นาย เหตุลอบวางระเบิดและยิงชุดรักษาความปลอดภัยครูในอำเภอสุคิริน เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่

EOD ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบระเบิด รวมถึงเหตุยิงอาสาสมัครทหารพรานในอำเภอเจาะไอร้อง และเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดเคลื่อนที่เร็ว กรมทหารพรานที่ 49 ในอำเภอจะแนะ เมื่อปี 2568

และ 2569 ตามลำดับ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวอีกว่า ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวถือเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มีความสำคัญ

มุมมองและผลกระทบ

เนื่องจากหลายเหตุการณ์พบการใช้อาวุธปืนมากกว่าหนึ่งกระบอกในการก่อเหตุ ทำให้อาวุธบางกระบอกสามารถเชื่อมโยงกับหลายคดี ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการขยายผลติดตามเครือข่ายผู้ก่อเหตุ

ผู้สนับสนุน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ศาลจังหวัดนราธิวาสได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 2 ราย คือ นายอาซีซัน (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับเลขที่ 439/2569

ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และนายซาอาบูดิน (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับเลขที่ 440/2569 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569

ข้อมูลจากแหล่งข่าว

ในข้อหาร่วมกันก่อการร้ายและปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งขยายผลสืบสวนติดตามผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ในส่วนของความคืบหน้าคดีเหตุระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์บริเวณหน้า สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569

ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและทรัพย์สินของทางราชการเสียหายนั้น

ผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนระเบิดพบว่ามีลักษณะและรูปแบบการประกอบตรงกับชิ้นส่วนระเบิดที่ใช้ก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณท่อลอดถนนใกล้สามแยกสะปอม พื้นที่บ้านไพรวัน อำเภอตากใบ

จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทำให…

อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ เดอะสแตนดาร์ด

ถ้าชอบข่าวนี้ ช่วยแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วย
แหล่งข่าว: เดอะสแตนดาร์ด · กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงปืน 14 กระบอกพัวพัน 37 คดี
เลื่อนลงเพื่ออ่านข่าวถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง