กกร.ปรับเป้าส่งออกโต 8-10% หนุนจีดีพีไทยขยายตัว 1.6-2%
อัปเดตเมื่อ: 5 สิงหาคม 2569 เวลา 22:25อ่าน 3 นาที

วันนี้ (5 ส.ค.2569) นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า เศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2569
อ่านข่าวในหมวด ธุรกิจ เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เผชิญความไม่แน่นอนสูง ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเทรนด์เทคโนโลยี AI ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในแบบ K-shape สะท้อนจากมุมมองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
ในการปรับประมาณการจีดีพีปี 2569 นายผยง กล่าวต่อว่า โดยกลุ่มประเทศซึ่งมีการนำเข้าพลังงานในระดับสูงมีแนวโน้มชะลอตัว ส่วนกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์จากกระแสดิจิทัลขยายตัวได้ดีขึ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
ซึ่งประกอบด้วยชาติเอเชียรวมทั้งไทย ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อซึ่งสูงขึ้น หลังเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ทำให้ตลาดคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียอ่อนค่าจากการบริหารค่าเงินเยนด้วยสกุลเงินยูโร โดยธนาคารกลางพันธมิตร ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ในการดำเนินนโยบายการเงิน ทั้งนี้ ที่ประชุม กกร.
ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยทั้งปีให้ขยายตัวที่ 1.6%-2.0% ด้านเงินเฟ้อเป็น 2.5-3.0% และการส่งออกเป็นขยายตัว 8%-10% จากเดิม -0.5ถึง -1.5% สำหรับเศรษฐกิจไทย
สถานการณ์ล่าสุด
เผชิญความท้าทายจากการปรับตัวและ capture โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มตามกระแสดิจิทัลของโลก แม้การส่งออกและการลงทุนมีแนวโน้มเติบโตดี โดยมูลค่าการส่งออกไทยครึ่งปีแรกขยายตัวสูง 17.6%
จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีเติบโตถึง 45.9% ตามเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์โลก อีกทั้งภาคการผลิตใน K ขาบนที่เติบโตสูง แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ซึ่งต้องเร่งยกระดับ local content อันจะช่วยตอบโจทย์ RVC รวมถึงการส่งเสริมการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ส่งเสริมให้เกิดการสร้าง supply chain ในประเทศ
มุมมองและผลกระทบ
และการวางแผนการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต เพื่อให้ได้รับอานิสงส์จากคลื่นการลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มไหลเข้าสู่ไทย รวมถึงแยกแยะกลุ่ม K ขาลงให้ชัดเจนในรายอุตสาหกรรม
เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนได้อย่างตรงจุด กกร.สนับสนุนให้เกิดการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลที่อัปเดต ครอบคลุม และมีกลไกตรวจสอบความถูกต้องอย่างแม่นยำ
เพื่อนำไปสู่การออกแบบมาตรการที่เหมาะสม ตรงจุด วัดผลได้ และช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ กกร.สนับสนุนการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
(Connect the dots) มีฐานข้อมูลที่อัปเดต เชื่อถือได้ และครอบคลุม ก้าวไปสู่การเป็น Open government ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับการแบ่งประเภทความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
ผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลตรงกับความจำเป็น ทั้งนี้ กกร. พร้อมร่วมผลักดันการขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของ กรอ. ประกอบด้วย
(1) Investment & Industry Transformation Hub (2) AI & Digital Hub (3) Green Economy (4) Financial Hub (5) Medical Hub ซึ่งเป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



