อดีตแข้งดังทีมชาติ ยุคบุกเบิกวัดสุทธิฯ รวมพลงานสิงห์สะพานปลา คืนถิ่น 8 ส.ค.นี้
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 01:30อ่าน 3 นาที

อดีตแข้งดังทีมชาติ ยุคบุกเบิกวัดสุทธิฯ รวมพลงานสิงห์สะพานปลา คืนถิ่น 8 ส.ค.นี้ นายโสฬส อุดมสมปอง ประธานชมรมศิษย์เก่านักฟุตบอลสุทธิวราราม เปิดเผยความเคลื่อนไหวการจัดงานคืนสู่เหย้า
ประเด็นสำคัญ
“พี่พบน้อง” ของบรรดาอดีตนักฟุตบอลโรงเรียนวัดสุทธิวรารามยุคแรก (ปลากระป๋อง) ตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน ภายใต้สโลแกน “สิงห์สะพานปลา” คืนถิ่น ครั้งที่ 12 ว่า
เป็นเรื่องที่น่ายินดีในปีนี้ทางชมรมฯ ได้รับกระแสการตอบรับที่ดี จากเพื่อนๆและรุ่นน้องๆเป็นจำนวนมากเกือบ 100 คนที่ลงชื่อเข้ามาแล้ว โดยเฉพาะบรรดาอดีตนักเตะดังแข้งทีมชาติ อย่าง
รายละเอียดเพิ่มเติม
“โค้ชไข่” อภิสิทธิ์ ไข่แก้ว ศูนย์ตัวกลั่น อดีตสต๊าฟโค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ รุ่นเดียวกับ “ซิโก้” เกรียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตเฮดโค้ช “ช้างศึก”
ที่พาทีมฟุตบอลไทยสร้างผลงานต่างๆมาแล้วมากมาย ปัจจุบันเป็นพนักงานการท่าเรือฯ และยังทำธุรกิจส่วนตัวอีกหลายอย่าง ต่อด้วย “นก” ธวัชชัย มาติวงศ์ อดีตกองกลางจอมคลาสิกนักเรียนไทย
และเคยเล่นให้กับสโมสรตำรวจ ปัจจุบันเป็นตำรวจสัญญาบัตร ตรวจคนเข้าเมือง, “บรรณ” สุบรรณ ยศหนองทุ่ม อดีตกองหลังจอมแกร่งรุ่นยู 19 ปี ปัจจุบันเป็นทหารอากาศอยู่ที่จ.พิษณุโลก และ “เจ้าใต้”
สถานการณ์ล่าสุด
นันทวัฒน์ จิตตรง อดีตทีมชาติสมัย “ดรีมทีม” ปัจจุบันเป็นโค้ชฟุตบอลสอนยุวชน “อะคาเดมี่” ที่บ้านเกิดจ.นครศรีธรรมราช ถือว่า
ทุกคนเป็นนักฟุตบอลยุคบุกเบิกรุ่นแรกๆของสถาบันแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อ 36 ปีที่แล้ว ได้ลงทะเบียนตอบรับมาร่วมงานเป็นที่แน่นอนแล้ว โดยงานจะเริ่มในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 14.00
น. ที่สนามฟุตบอลโรงเรียนวัดสุทธิฯ ถนนเจริญกรุง นอกจากนี้ยังมีปีกตัวจี๊ดอย่าง “วิทย์” วรวิทย์ ถาวรวัน อดีตทีมชาติรุ่นยู 19 และสังกัดกองทัพอากาศ รวมไปถึง นักเตะดังสารพัดประโยชน์อย่าง
มุมมองและผลกระทบ
รุ่งโรจน์ สว่างศรี, ปฏิภาณ เพชรกูล, สุริยา ดอมไธสง และ วิทยา หมัดหลำ ฯลฯ จะเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง เพื่อแสดงความกตัญญูและมุฑิตาจิตแก่ “แม่วี” อาจารย์ทวี พิมสาร
ผู้จัดการทีมฯ ในฐานะอดีตครูที่เคยปลุกปั้นฟุตบอลโรงเรียนวัดสุทธิฯ มาเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว และ ”พี่เหลียว“ นายเฉลียว พุ่มไสว อดีตรุ่นพี่วัดสุทธิฯ
ที่เคยเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมนานเป็นเวลานับ 10 ปี ทุ่มเททุกอย่างทั้งแรงกาย-ใจ และกำลังทรัพย์จำนวนมหาศาล (8 หลัก) เพื่อต้องการผลักดันพัฒนาเด็กๆ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ที่มีความสามารถในเกมลูกหนังจากต่างจังหวัดเหล่านี้ได้มีอนาคตที่ดีต่อไป รวมไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่อีกหลากหลายท่าน ซึ่งทุกวันนี้แต่ละคนก็ได้ดิบได้ดีเพราะสถาบันแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
ที่สำคัญยังมีหลายคนโลดแล่นเป็นนักฟุตบอลอาชีพทั้ง ไทยลีก และ ดิวิขั่น 2 อยู่ทั่วประเทศ นายโสฬส ประธานชมรมฯ ยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประเพณีประจำทุกปี
เพื่อต้องการให้รุ่นพี่ๆที่ประสบความสำเร็จได้มาถ่ายทอดวิชาความรู้ และประสบการณ์ต่างๆให้กับนักฟุตบอลปัจจุบันที่มีอยู่ตั้งแต่รุ่น 14-16-18 ปี จำนวนนับ 100 คน
รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆซึ่งกันและ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ มติชน



