‘หมอสรณ’ สู้กลับฟ้องกก.สรรหาฯกสทช.เปิดลับข้อต่อสู้ 92 หน้า
อัปเดตเมื่อ: 4 สิงหาคม 2569 เวลา 07:49อ่าน 3 นาที

ประธานกสทช.ฟ้องคดีกก.สรรหาฯ ต่อศาลปกครอง เปิดลับข้อต่อสู้ 92 หน้า ย้ำเป็นมติไม่ชอบด้วยกฎหมาย-ไม่เป็นกลาง “อนุทิน”รอรับเผือกร้อน ชะลอเรื่องหรือลุยไฟ นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ 4 สิงหาคม
อ่านข่าวในหมวด ทั่วไป เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
2569 – ผู้สื่อข่าว” ไทยโพสต์ ”รายงานจากศาลปกครองกลาง แจ้งวัฒนะ ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ที่ถูกคณะกรรมการสรรหากสทช.มีมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ว่ามีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 จึงถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการ
รายละเอียดเพิ่มเติม
กสทช. โดยล่าสุด นพ.สรณ ได้มอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางเพื่อสู้คดีดังกล่าวแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา สำหรับคำร้องของนพ.สรณ ในฐานะผู้ฟ้องคดี มีความยาว 92
หน้าโดยมีสาระสำคัญระบุว่า ขอฟ้องคดีต่อคณะกรรมการสรรหากสทช.ที่มีคำวินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดี(นพ.สรณ) มีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกสทช. ตามคำวินิจฉัยที่ 1/2569 โดยผู้ฟ้องคดีเห็นว่า
คำวินิจฉัยดังกล่าวมีผลกระทบโดยตรงต่อสถานภาพของผู้ฟ้องคดีในฐานะประธานกรรมการกสทช. อันเป็นตำแหน่งที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว และย่อมมีผลกระทบต่อเกียรติยศ
สถานการณ์ล่าสุด
ชื่อเสียง สิทธิในการดำรงตำแหน่งตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีอย่างร้ายแรง คำฟ้องดังกล่าวระบุต่อไปว่า ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำวินิจฉัยที่ 1/2569 ดังกล่าว
เป็นการใช้อำนาจทางปกครองที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขัดต่อพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ รวมถึงขัดต่อพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ.2539(พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ) และขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริง
มุมมองและผลกระทบ
เนื่องจากผู้ถูกฟ้องคดีไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะพิจารณาหรือวินิจฉัยประเด็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ฟ้องคดีในการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. คำฟ้องระบุต่อไปว่า
ผู้ถูกฟ้องคดี(คณะกรรมการสรรหาฯ) ขาดความเป็นกลางในการพิจารณาวินิจฉัยประเด็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ฟ้องคดีในการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช.
อีกทั้งยังดำเนินการโดยไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรม ละเว้นที่จะรับฟังและไม่ยอมพิจารณาข้อคัดค้านตามตัวบทกฎหมายรวมทั้งไม่ชี้แจงให้ผู้ฟ้องคดีทราบในทุกประเด็นที่ได้มีการคัดค้านและสอบถาม
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
แม้ผู้ฟ้องคดีจะมีหนังสือคัดค้านและขอทราบข้อเท็จจริงไปหลายครั้ง โดยผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถชี้แจงและอธิบายข้อกฎหมายให้เชื่อมั่นได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีมีอำนาจหน้าที่ที่จะวินิจฉัยตามมาตรา 8
และมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯและไม่สามารถให้ความเชื่อมั่นได้ว่ามีความเป็นกลางอย่างแท้จริง
“ผู้ถูกฟ้องคดีพิจารณาวินิจฉัยประเด็นคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ฟ้องคดีในการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. โดยไม่ครบองค์ประชุม
และมีเจตนาเพิ่มองค์ประชุมโดยมิชอบทั้งที่มีผู้ทักท้วงและถอนตัว นอกจากนี้ ยังพิจารณ…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์


