พลพีร์-วรศิษฎ์ ลุย "เกาะพะงัน" ตรวจสอบโรงแรม-วิลลานอมินีข้ามชาติ
อัปเดตเมื่อ: 14 สิงหาคม 2569 เวลา 22:38อ่าน 3 นาที

วันนี้ (14 ส.ค.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
ประเด็นสำคัญ
เพื่อปฏิบัติการบุกเข้าตรวจสอบสถานประกอบการธุรกิจโรงแรมและพักต่าง ๆ ในพื้นที่ หลังจากได้รับรายงานถึงความผิดปกติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของทุนต่างชาติ
จากการเข้าตรวจสอบสถานประกอบการโรงแรมแห่งแรก ซึ่งตั้งอยู่บนเนื้อที่ดินกว่า 25 ไร่ มีจำนวนห้องพักรวม 36 ห้อง และมีทุนจดทะเบียน 6,000,000 บาท
รายละเอียดเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติเด่นชัดเนื่องจากไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้จากการตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้น พบว่ามีชาวต่างชาติถึง 3 สัญชาติร่วมถือหุ้น
โดยมีกลุ่มคนไทยถือครองหุ้นในลักษณะเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" ให้กับหลายบริษัท ทั้งนี้ ในระหว่างการเข้าตรวจค้น
นายพลพีร์ได้เข้าไปพูดคุยทักทายกับชาวต่างชาติรายหนึ่งที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ ซึ่งจากการสอบถามพบว่าไม่ใช่ นักท่องเที่ยว แต่มีฐานะเป็นผู้จัดการโรงแรม
สถานการณ์ล่าสุด
โดยบุคคลดังกล่าวได้ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่แต่อย่างใด วิลลาหรู จ่ายเงินออนไลน์ เข้าข่ายเลี่ยงภาษีไทย ต่อมา คณะทำงานได้เข้าตรวจค้นวิลลาอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่
พบว่าไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการเป็นสถานพักตากอากาศหรือสถานประกอบการที่พักเช่นเดียวกัน โดยวิลลาแห่งนี้มีรูปแบบการดำเนินงานที่เป็นระบบเบ็ดเสร็จผ่านช่องทางออนไลน์
ตั้งแต่ขั้นตอนการจองห้องพักและการชำระเงินค่าที่พัก ซึ่งเงินทั้งหมดจะถูกโอนชำระ ณ ต้นทางที่ประเทศอิสราเอลโดยตรง การกระทำดังกล่าวมักไม่มีพนักงานหรือผู้ดูแลประจำอยู่ในพื้นที่
มุมมองและผลกระทบ
แต่จะใช้วิธีการแจ้งจุดซ่อนกุญแจให้ผู้พักอาศัยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้ผู้เข้าพักเปิดประตูเข้าอาศัยได้ทันที
รูปแบบดังกล่าวส่งผลให้ประเทศไทยไม่ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือรายได้จากการท่องเที่ยวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีให้แก่รัฐบาลไทยอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งเจ้าพนักงานจะเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป พบร้านกัญชานอมินี ปลอมใบรับรองแพทย์ จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายกัญชาในพื้นที่
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ซึ่งมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ 2 คน และคนไทย 1 คน โดยคนไทยถือหุ้นเกินกว่าครึ่งหนึ่ง แม้ดูเหมือนถูกต้องตามกฎหมาย แต่จากการสืบสวนเชื่อว่าเป็นการจัดตั้งบริษัทในลักษณะนอมินี
ร้านดังกล่าวมีการขยายสาขารวม 4 แห่ง ในพื้นที่พะงัน สมุย ภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบรายได้เบื้องต้นในรอบปีที่ผ่านมา พบมียอดเงินสะพัดสูงถึง 15 ล้านบาท
ซึ่งสร้างข้อสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ว่าอาจไม่ได้เป็นการจำหน่ายกัญชาในปริมาณย่อยเป็นมวลหรือเป็นกรัม แต่น่าจะเป็นการจำหน่ายล็อตใหญ่ นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์ออกใบรับรองแพทย์ปลอม
จำหน่ายในราคาใบละ 300 บาท เพื่อเปิดทางให้ผู้ซื้อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการซื้อกัญชาจากสถานที่ใดก็ได้ แต่หากตกลงซื้อกัญชาจากร้านดังกล่าว จะได้รับการยกเว้นค่าใบรับรองแพทย์ทันที
ทางสำนักงานสาธารณสุข…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยพีบีเอส



