จากยุค ‘กลัวไม้เรียว’ สู่ยุค ‘เด็กไม่กลัวครู’ ชำแหละปัญหาวินัย หรือไม้เรียวต้องกลับมา?
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 10:45อ่าน 3 นาที

“ณัฏฐ์ มงคลนาวิน” วิเคราะห์ปมครูรุ่นใหญ่สุดอัดอั้น เจอนักเรียนก้าวร้าวจนกลายเป็นกระแส สะท้อนเมื่อยกเลิก “ไม้เรียว” แต่เครื่องมือใหม่กลับขาดน้ำหนักป้องปราม เสนอเพิ่มมาตรการปรับพฤติกรรม-ดึงครอบครัวร่วมแก้ปัญหา ทิ้งคำถาม “หรือไม้เรียวต้องกลับมาแล้ว?”
อ่านข่าวในหมวด การเมือง เพิ่มเติมได้ที่ Thailand Paper
8 สิงหาคม 2569 - นายณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม โพสต์เฟซบุ๊กว่า กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อมีข่าวและกระแสไวรัลของคุณครูรุ่นใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งรับราชการสอนหนังสือมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 (ยาวนานกว่า 30 ปี สอนตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูกหลาน) ได้ออกมาโพสต์ระบายความอึดอัดใจอย่างรุนแรงถึงพฤติกรรมของนักเรียนในยุคปัจจุบัน ชนวนเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมในห้องเรียน เช่น การมาเรียนสายในสภาพผมเปียก นำเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไดร์เป่าผมและพัดลมมาเปิดเป่าผมในห้องขณะครูกำลังสอน และเมื่อถูกถามถึงสาเหตุที่มาสาย กลับมีการพูดจาลวนลาม ก้าวร้าว และโต้ตอบด้วยคำพูดที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง จนคุณครูรู้สึกหมดทางออกและโพสต์ว่า "คนทั้งโลกเห็น แต่แม่มันไม่เห็น" ซึ่งสร้างกระแสถกเถียงในสังคมอย่างกว้างขวาง ทั้งฝั่งที่เห็นใจครูและฝั่งที่ตั้งคำถามถึงการแสดงออก มุมมองสะท้อนอดีต: ความต่างของบริบทห้องเรียนเมื่อ 30-40 ปีก่อน เมื่อผมมองย้อนกลับไปในอดีต ภาพความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนมีความแตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ในยุคสมัยก่อน ความเกรงขามและการเคารพยำเกรง ถูกสร้างขึ้นผ่านกรอบอำนาจและมาตรการการลงโทษที่เด็ดขาด ครูสามารถดุว่า ตักเตือน หรือใช้ "ไม้เรียว" ทำโทษได้จริง ซึ่งมาตรการเหล่านั้นทำให้เกิดความยำเกรงและไม่กล้าที่จะฝ่าฝืนกฎระเบียบ แต่ในบริบทปัจจุบัน ไม้เรียวและกรอบอำนาจแบบเดิมได้ถูกยกเลิกไปโดยสิ้นเชิงตามกฎหมายและระเบียบทางการศึกษา: ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548: ยกเลิกการลงโทษด้วยการตีหรือการใช้ความรุนแรงทางร่างกาย โดยกำหนดสถานโทษไว้เพียง 4 ระดับ คือ (1) ว่ากล่าวตักเตือน (2) ทำทัณฑ์บน (3) ตัดคะแนนความประพฤติ และ (4) ทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กฎหมายคุ้มครองเด็กจากการลงโทษด้วยความรุนแรง: มีการห้ามใช้ความรุนแรงหรือการลงโทษทางร่างกายทั้งในสถาบันการศึกษาและในครอบครัวอย่างสมบูรณ์ วิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์สังคม: เมื่อแนวคิดสมัยใหม่ ขาด "น้ำหนักในการป้องปราม" ในฐานะ นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเรื่องในห้องเรียน: 1. สภาวะ "ไม่เกรงกลัวต่อผลของการทำผิด" บางครั้งเราอาจต้องยอมรับว่า "การตอบรับและรับมือแบบสมัยใหม่" ที่เน้นเพียงการพูดคุย สิทธิ และการประนีประนอม อาจไม่ได้มีประสิทธิภาพเสมอไปในการทำให้คนอยู่ในกฎระเบียบ ปรากฏการณ์นี้ แทบไม่ต่างอะไรกับปัญหาระบบยุติธรรมและราชทัณฑ์ของไทย ที่อาชญากรจำนวนมากเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น เพราะไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษหรือกฎหมาย เมื่อไร้บทลงโทษที่มีน้ำหนักเพียงพอ สังคมจะเกิดสภาวะที่…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



