‘สุรเดช’ จวกคุมปืนหละหลวม ชงจำกัดกระสุน-ยกระดับความปลอดภัย รร.
อัปเดตเมื่อ: 8 สิงหาคม 2569 เวลา 10:51อ่าน 3 นาที

'สุรเดช' เสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต- บาดเจ็บ เหตุกราดยิงในรร. จวก ล้มเหลวเชิงโครงสร้าง มาตรการความปลอดภัยไม่ได้ถูกใส่ใจอย่างจริงจัง ระบุ ตอกย้ำให้เห็นมาตรการคุมปืนหละหลวม ชง
ประเด็นสำคัญ
ออกกม.กำหนดปริมาณครอบครองกระสุน ลดความเสี่ยงก่อเหตุกราดยิง แนะสถานศึกษาเข้มตรวจยาเสพติด ติดเครื่องตรวจอาวุธในที่สาธารณะ 8 สิงหาคม 2569 - นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ
อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงเหตุกราดยิงในโรงเรียน จ.นนทบุรี จนเป็นเหตุให้ครูและนักเรียนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายรายว่า
รายละเอียดเพิ่มเติม
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และแสดงความเป็นห่วงต่อผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงและเหตุกราดยิงในสถานศึกษาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง ในอดีตหลายรัฐบาลประกาศถอดบทเรียนและจัดทำแผนป้องกันอย่างจริงจังในช่วงเกิดเหตุใหม่ๆ แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่เป็นระยะ
และไม่ใช่เพียงแค่ในโรงเรียนเท่านั้น คำถามคือ ทุกวันนี้มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนเหล่านี้ยังอยู่หรือไม่ มีการซักซ้อมและความเข้มข้นของการรักษาความปลอดภัยยังมีอยู่หรือไม่
สถานการณ์ล่าสุด
มีการติดตามผลอยู่เป็นประจำหรือไม่ และความจริงมาตรการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้ไม่ควรโยนให้เป็นภาระของครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ได้มีทักษะและอุปกรณ์ในการป้องกันเหตุ
แต่ควรมีผู้ที่ดูแลและทำหน้าที่เฉพาะด้านนี้โดยตรงในทุกโรงเรียน ซึ่งไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระหรืองบประมาณที่มากมายแต่อย่างใด นายสุรเดช
ยังเรียกร้องให้สถาบันนิติเวชตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายของผู้ก่อเหตุว่ามีสารเสพติดอยู่ในเลือดหรือไม่ เพราะมีเรื่องของการกราดยิงอย่างอุกอาจ มีการยิงปู่ ย่า ครูและเพื่อนนักเรียน
มุมมองและผลกระทบ
ดังนั้น มีความผิดปกติอยู่ และต่อไปโรงเรียนอาจจะต้องเข้มงวดเรื่องยาเสพติด เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดเรื่องของการทะเลาะวิวาทและทำร้ายกัน เนื่องจากเด็กบางคนเสพยาต่อเนื่อง
โดยเฉพาะปัจจุบันยาเสพติดระบาดอย่างหนัก นายสุรเดช กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ยังเป็นอีกครั้งที่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องความง่ายในการครอบครองอาวุธปืนในประเทศไทย
แม้ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยเคยงดการออกใบอนุญาตปืนบางประเภท หรือสั่งเข้มงวดการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอครอบครอง แต่ในความเป็นจริง มาตรการเหล่านี้กลับไร้สภาพบังคับที่มีประสิทธิภาพ
ข้อมูลจากแหล่งข่าว
ช่องว่างทางกฎหมายยังคงเปิดกว้างให้ปืนหลุดรอดไปอยู่ในมือของผู้ที่มีสภาวะจิตใจไม่พร้อม หรือผู้ที่มีประวัติความพฤติกรรมเสี่ยง
ยังไม่นับรวมพวกตลาดปืนเถื่อนและการสั่งซื้อชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์ สะท้อนให้เห็นว่า การป้องกันยังคงหละหลวม และไม่ตรงจุดเท่าใดนัก นายสุรเดช กล่าวว่า ตนมีข้อเสนอเร่งด่วนไปยังรัฐบาล คือ
1.ปฏิรูประบบคัดกรองและตรวจสอบผู้ครอบครองปืนอย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้มีการตรวจประเมินสุขภาพจิตและสภาวะอารมณ์โดยจิตแพทย์เป็นประจำทุกปีสำหรับผู้ถือครองปืนทุกราย
และทบทวนและยกเลิกใบอนุญาตทันทีหากพบประวัติความรุนแรงในครอบครั…
อ่านรายละเอียดต้นทางได้ที่ ไทยโพสต์



